Skip to main content

เที่ยวเกาะคิวชู 10 วัน 9 คืน ละเอียดเว่อร์! ทั้งฟุกุโอกะ คุมะโมโตะ นางาซากิ เบปปุ ยุฟุอิน

· 5 minute read · Travel Kyushu Trip

ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ที่ประกอบไปด้วยที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากกว่า 10 รายการให้เพื่อน ๆ ได้ไปเที่ยวแบบหยุดเวลาได้อย่างดี แล้วจะบอกว่าถ้าเพื่อนๆ อยากมาลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ แบบญี่ปุ่นธรรมชาติแล้ว ก็จะติดใจไปยาวๆ เลยครับ

วันนี้ในสตอรีนี้ ผมก็จะขอมาเล่าประสบการการเดินทางไปคิวชูเป็นครั้งแรกให้เพื่อน ๆ ได้เอาไปเที่ยวเองกันครับ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ยากขนาดนั้น

สำหรับคนไทยแล้ว การท่องเที่ยวที่ต่างประเทศอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับใครที่สามารถท่องเที่ยวเองได้ ผมเชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของคนไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องของวัฒนธรรมที่นุ่มละมุน การกินอาหารที่ก็ไม่ได้แตกต่างกับรสมือคนไทยเท่าที่ควร และค่าเครื่องบินที่วันนี้เพื่อน ๆ แทบจะหาในราคา 5000 บาทไปกลับได้แล้ว

แต่เพื่อน ๆ ก็คงจะพบเจอกับจังหวัดที่โด่งดังอย่างเช่นพวกโตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) หรือซับโปโร/ฮอกไกโด (Sapporo / Hokkaido) กันใช่ไหมหล่ะครับ แต่ใครจะไปรู้ว่าที่ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) นั้นก็มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะมากเช่นเดียวกัน

ด้วยว่าผมเองอยากจะไปเจอหมีคุมะมง (Kumamon) ตัวเป็น ๆ ก็เลยทำการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินอย่างไวเพื่อดูดรับประสบการณ์ธรรมชาติที่ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยสามารถให้ได้

สำหรับเพื่อนๆที่อ่านแล้วอยากไปเที่ยวตามแล้วเนี่ย เข้าไปอ่านบทความของแต่ละวันโดยการคลิกไปที่ลิ้งค์ด้านล่างได้เลยครับ

  • วันที่ 0 เดินทางลัดฟ้าไปญี่ปุ่น

  • วันที่ 1 เที่ยวจุดที้งระเบิดนิวเคลียร์ และ พิพิธภัณฑ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่จังหวัดนะงะซะกิ

  • วันที่ 2 เที่ยวเกาะร้างสุดหลอนอย่าง Hajima และ เที่ยวเมืองดอกไม้เนเธอร์แลนด์ Huis Ten Bosch

  • วันที่ 3 สวัสดีหมีคุมะมงที่ Kumamon Square และช้อปปี้งที่แถบช้อปปี้งในจังหวัดคุมะโมะโตะ

  • วันที่ 4 เที่ยวภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอย่างภูเขา Aso และสวนจำลองประเทศญี่ปุ่น

  • วันที่ 5 แช่น้ำร้อนที่เมืองออนเซ็นอันโด่งดังของญี่ปุ่นในเมืองเบ็ปปุ

  • วันที่ 6 เที่ยวแหล่งช้อปปี้งและอาหารที่เมืองยุฟุอิน

  • วันที่ 7 ตะลอนเที่ยวเมืองใกล้เคียงอย่างคิตะกีวชูและเที่ยวเล่นในเมืองฟุกุโอกะ

  • วันที่ 8 ตะลอนเที่ยวเมืองบ้านๆ อย่าง Kurume และเที่ยวเล่นในเมืองฟุกุโอกะ

  • วันที่ 9 เดินเที่ยวช้อปปี้งของ Duty Free ในร้าน DonQuijote ในเมืองฟุกุโอกะ

  • วันที่ 10 เดินทางกลับประเทศไทย

เกาะคิวชูอยู่ไหน

ต้องเกรี่นก่อนนะครับ ว่าเกาะคีวชูเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ทางใต้กว่าเมือง Tokyo, เมือง Osaka และเมือง Hiroshima ไปอีก ทำให้อากาศที่นี่มีความ “อากาศแบบไทยๆ” อยู่เหมือนกัน ตอนที่ไปก็เป็นช่วงกลางเดือนมิถุนายน ตอนเที่ยงๆ ก็ประมาณ 30 องศาอยู่ ก็ทำให้ไม่ได้ต่างอะไรกับไทยมาก แต่อากาศมีความแห้งกว่าไทยอยู่เยอะ เลยจะทำให้ไม่ค่อยรู้สึกเหนอะหนะตัวซักเท่าไหร่ อากาศที่ว่ามันก็ร้อนก็ไม่รู้สึกร้อนมาก ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาเดินเที่ยวที่สะบายเลยทีเดียวครับ ตอนดึกๆ อากาศก็จะตก 18 องศาเซลเซียสครับ ถือว่าไม่หนาวซะเกินไป เหมาะสมกับการเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมเย็นตอนกลางคืนสุดๆ

จังหวัดในประเทศ​ญี่ปุ่น

เที่ยวคิวชูในช่วงที่ไม่มีใครอยากไป!

เกาะคิวชูจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับเพื่อน ๆ คนไทยที่ต้องการโอกาสไปเที่ยวเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ (จะเรียกว่าต่างจังหวัดก็ได้นะ) ซึ่งซักครั้งนึงในชีวิตควรไปแวะเที่ยวกัน

อีกทั้งว่าการท่องเที่ยวเดือนมิถุนายนของผมนั้นจะเป็นการเที่ยวในช่วง Low Season แต่ด้วยว่าเป็นเวลาที่ผมว่าง อีกทั้งค่าเครื่องบินที่ราคาถูกเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก และบรรยากาศกำลังชิว ๆ นั้นเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ให้ผมเลือกเที่ยวในช่วงเวลานี้ครับ

ก่อนเที่ยว ไม่ต้องแพลนอะไรมาก

ตอนก่อนที่จะไป ผมหลีกเลี่ยงที่จะทำ research แบบประเภทที่ดูเอาจากที่เค้าเที่ยวกันใน Youtube ครับ เพราะพอเข้าไปดูทีไร ก็จะโดนสปอยส์ว่า ต้องเที่ยวแบบนี้สิดีที่สุด ต้องอย่างลืมแวะที่นี่ด้วย กินร้านนี้สิ ส่วนตัวผมแล้วมันทำการเที่ยวนั้นไม่สนุกเลยครับ ไม่มีความตื่นเต้นเท่าการไปดูเอาหน้างานและลองกินมันที่นั่นเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ทำการบ้านเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวนะ! แค่จะหลีกเลี่ยงการโดนสปอยล์ให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง

การที่ผมเลือกที่จะไม่ดูรีวิวแบบเป็นว่าต้องไปทำอะไรบ้าง ยังไงบ้างทำให้การเที่ยวทริปนี้ของผมน่าตื่นเต้น เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในแต่ละเมืองมากขึ้น เพราะเราก็ต้องระแวงคนรอบข้างด้วย (และเค้าก็ระแวงเราเช่นกัน)​ และเที่ยวได้อย่างเหมาะสมกับพลังในการเดินของตัวเองได้ทุกๆวันของการไปเที่ยว

แต่วันนี้ ผมจะมาเขียนเล่าก่อนว่าผมจัดการเที่ยวอย่างไรให้เหมาะกับการเที่ยวสไตล์ของเพื่อนๆเอง จะไม่มีการสปอยส์มาก เพราะอยากให้ไปเห็นของจริงมากๆครับ เราจะมาเรื่มต้นจากการแพลนอะไรพื้นฐานก่อนก็แล้วกันครับ ถ้าเพื่อนๆ อยากทำตาม ก็ลองได้ครับ เพราะผมลองแพลนแบบนี้มาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรครับ แล้วก็พอดีเวลาด้วย เผลอๆ มีเวลาเหลือให้เพื่อนๆ ไปช้อปปิ้งด้วยครับ

ผมว่ามันคือประสบการณ์การเที่ยว การใช้ชีวิต การทำอะไรทุกๆอย่าง ทำตัวอะไรโง่ๆ บ้าๆบอๆ เองคนเดียว ครั้งแรกนอกประเทศ ถ้ามันไม่ใช่ญี่ปุ่น ผมคงไม่รอดกลับมาเขียนบล็อกนี้แน่เลย :D

เตรียมตัวไปเที่ยว

ตอนที่ผมเตรียมตัวในการเที่ยวนั้น ก็จะทำการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และการเดินทางไปแต่ละเมืองไปอย่างหยาบๆ เพื่อให้เราไม่ลืมว่าจะต้องเปลี่ยนเมืองตอนไหน เมื่อไหร่ และเที่ยวอย่างไร ใน blog นี้เลยจะเขียนเพียงเรื่องนี้ก็แล้วกันนะครับ

จำนวนวันที่ไปเที่ยว

เราต้องเรื่มจากเรื่องนี้ก่อนใครเลยครับ คำถามแรกๆที่เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า ต้องไปเที่ยวกี่วันดี เพื่อที่จะเที่ยวให้ครบ ผมก็จะบอกว่าประมาณ 10 วันครับ เนื่องจากว่า

  • แต่ละสถานที่ หากว่าต้องย้ายเมืองก็ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงแล้ว ไปหมดมันที่รถไฟเดินทางต่างเมือง การย้ายสัมภาระ การหาวิธีการเดินทาง พูดง่ายๆก็คือ คุณจะต้องเผื่อเวลาสำหรับวันเปลี่ยนเมืองน้อยลงไปเกือบครึ่งวันเลย ยกเว้นว่าเก่งมากก็ 1 ชั่วโมงได้ครับ

  • ที่เที่ยวในแต่ละเมืองเยอะมาก ทำให้แต่ละจังหวัดน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน นั่นหมายความว่า ภายใน 2 วันนั้น คุณไปเที่ยวได้ประมาณ 4 แหล่ง​ (ไม่ใช่ที่) ครับ

  • มีจังหวัดที่น่าเที่ยวประมาณ 4 ถึง 5 จังหวัดครับ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นจังหวัดฝั่งบน (Northern Kyushu) ผมก็อยากที่จะไปมันทั้งหมดแหละ แต่เราก็ต้องคำนึงว่าเราไปเอง ไม่ได้ขับรถไปด้วย เลยจำเป็นที่จะเที่ยวได้แค่จุดที้มันมีรถสาธารณะเท่านั้นเอง

  • เพื่อนๆจะต้องซื้อ Pass เพื่อประหยัดค่าเดินทาง (เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆจะเข้าใจเองครับ) ทำให้เพื่อนๆอาจจะต้องจัดตารางวันเที่ยวให้หาร 3 หรือ 5 ลงตัวเพื่อให้ได้ใช้ Pass อย่างมีประสิทธิภาพครับ

  • ใน 2 วันที่บอกไว้ ไม่ได้รวมเวลาช้อปปี้งนะครับ ถ้าเพื่อนๆต้องไปซื้อของฝากเยอะ หรือใช้เวลาเพื่อจะไปดูหลายๆร้าน เพื่อเทียบราคา หรือหาของพิเศษจริงๆ 10 วันอาจจะไม่พอ แต่สำหรับผมคือพอ เพราะไปช้อป 2 วันสุดท้ายเลย

แต่จะพูดไป ผมก็ไป 10 วันแล้วก็รู้สึกว่ามันพอดีจริงๆ ไม่เยอะ ไม่น้อยจนเกินไป

ตั๋วเครื่องบิน

การไปเกาะคิวชู เอาจริงๆไม่ได้มีเพียงการบินตรงอย่างเดียวนะครับ เพื่อนๆที่อยากที่จะไปเที่ยวตาม ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบอยู่ครับ อันนี้เป็นตัวเลือกที่ผมแนะนำครับ

  • **บินตรงโดยสายการบินไทย (TG) **บินตรงจากสุวรรณภูมิ ใช้เวลา 5 ชั่วโมงกว่าๆ และเวลาที่ลงสนามบินเป็นช่วงเช้า (8 โมงหน่อยๆ) ข้อเสียอาจจะเป็นเรื่องเครื่องบินเก่าหน่อย (เก่าเท่า Low Cost อ่ะครับ) แต่ก็รู้ๆกันอยู่ว่า เลี้ยงอาหารมัน 3–4 รอบอ่ะครับ แล้วยังขอได้เรื่อยๆด้วย

  • บินโดยใช้สายการบินของญี่ปุ่น (ตัวอย่างเช่น Japan Airline) จะบินไปที่สนามบิน Haneda และ transfer เพื่อลงสนามบิน Fukuoka และเวลาที่ลงสนามบินเป็นช่วงเที่ยง ข้อเสียคือจะเป็นเรื่องที่จะต้องทำการ transfer และราคาพอๆ กับสายการบินไทย

  • **บินตรงโดยใช้สายการบิน Low Cost **โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสายการบินที่เป็นประเภท Low Cost ก็จะ transfer ที่ประเทศหลักของเค้าเอง (เช่น AirAsia ก็ต้องไปลง Indonesia ก่อน) ซึ่งเวลาที่เครื่องลงจะดึกอยู่เหมือนกัน (ประมาณ 3 ทุ่ม) Update: AirAsia บินตรงไปฟุกุโอกะแล้วครับ

  • บินไปลง Osaka/Tokyo ก่อน และก็ต้องไปบินภายในประเทศของ Peach (ถ้าอยากได้แบบ Low Cost) หรือ JAL/ANA (ถ้าอยากได้การบริการ) เพื่อไปถึงปลายทางอย่าง Fukuoka ข้อเสียคงเป็นเรื่องเวลาการ Transfer ที่อาจจะใช้เวลาเกือบครึ่งวัน (ซึ่งแล้วแต่สายการบินและเวลาที่เลือกบิน) และอาจที่จะต้องทำการพักผ่อนก่อน 1 คืน (เฉพาะตอนมา) เพราะเครื่องลงดึกมาก

ก็ตามที่เห็นนะครับ ผมไปคนเดียวและแพลนการเที่ยวแบบแหลกลาน ผมเลยแนะนำให้บินการบินไทยเถอะครับ แพงกว่าหน่อย (ตอนที่ผมไป ตั๋วไปกลับราคา 16K เทียบกับ AirAsia ที่ 12K) เพราะก็ไม่ได้ซื้อล่วงหน้าเท่าที่ควร แต่ประหยัดเวลาไปได้เยอะเหมือนกัน แล้วก็สะดวกด้วย และพอเครื่องลงแล้ว มันก็ยังเพิ่งจะ 8 โมงเอง เราก็สามารถเที่ยวได้เลย แต่สำหรับเพื่อนๆ ก็ดูข้อดี ข้อเสียเอาก็แล้วกันนะครับ เอาตามความเหมาะสมเลยครับ

และนอกจากการบินไปลงสนามบิน Fukuoka ก็ยังมี

  • นั่งเรือ Ferry จากเกาะปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มาลง Fukuoka

  • นั่ง Shinkansen จากเมืองที่มีบริการ Shinkansen มา Fukuoka เช่นโอซากะ หรือ โตเกียว

ที่พัก

ผมจะมองที่พักใกล้สถานี หรือว่าแหล่งอาหาร/ช้อปปี้งไว้ก่อน เพราะว่าถ้าเพื่อนแอบโพสท์อาหารตอนดึกๆ แล้วถ้าเพื่อนๆไม่มีอะไรจะกิน ก็จะตายเอานะครับ อิอิ

โรงแรมหลายๆที่ก็จะอยู่ติดกับสถานีเลย เลยทำให้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการเที่ยวเองเลยทีเดียว อย่าลืมว่าเราเที่ยวหลายจังหวัดมากครับ เลยต้องทำการย้ายโรงแรมตามจังหวัดที่เพื่อนๆจะไปเที่ยวด้วย

หรือถ้าเพื่อนๆ อยากประหยัดค่าใช้จ่ายด้านนี้ ผมก็แนะนำให้นอน Hostel หรือ Capsule ที่เป็นแบบเตียงแยก แต่ ห้องน้ำรวมครับ เพราะราคาจะคงถูกอยู่ และใกล้แหล่งอาหารอยู่นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการความ privacy สูง หรือเป็นห่วงเรื่องทรัพย์สินจะหายหรือเปล่า หรือนอนยาก หรือนอนไม่ได้ถ้ามีเสียงนิดๆหน่อยๆ ผมว่าจองโรงแรมดีกว่านะครับ เป็นเรื่องความสบายใจล้วนๆ

และสำหรับที่พักที่ผมไปพักมา ก็เดี๋ยวจะเขียนไปในรีวิวของแต่ละวันครับ

การเดินทาง

สำหรับวิธีการเดินทางนั้น เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้ตั้งแต่การนั่งรถไฟระหว่างเมือง การนั่งชินคันเซนเพื่อเดินทางระหว่างจังหวัด หรือจะเป็นการขับรถไปที่ต่าง ๆ ก็ได้ แต่ส่วนตัวผมแล้วผมไปคนเดียว เลยจะทำการเดินทางด้วย JR Kyushu ที่รองรับทั้งรถไฟระหว่างเมืองและชินคันเซนระหว่างจังหวัดนั่นเอง แถมยังได้นอนหลับพักผ่อนระหว่างการเดินทางที่บางครั้งทำให้เหนื่อยก็เป็นได้

โดยผมแนะนำให้เพื่อน ๆ ซื้อ JR Kyushu Pass ที่มีให้สำหรับนักท่องเที่ยว เพราะว่าถ้าเพื่อน ๆ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแล้วหล่ะก็ ราคาค่าเดินทางของญี่ปุ่น 1 ครั้งนั้นเท่ากับหนึ่งวันของ Kyushu Pass เลยก็ว่าได้ โดยบัตร Kyushu Pass น่าตาแบบนี้ครับ

โดยตัวบัตรก็จะมีอยู่ 3 ประเภท นั่นคือ

  1. คิวชูทั้งหมด (All area Kyushu)

  2. คิวชูทางเหนือเท่านั้น (Northern Kyushu) — เฉพาะการเดินทางระหว่างจังหวัด Nagasaki, Kumamoto, Oita, Fukuoka, Kitakyushu, พื้นที่ Yufuin เท่านั้น)

  3. คิวชูทางใต้เท่านั้น (Southern Kyushu)

แต่ถ้าเพื่อน ๆ จะมาท่องเที่ยวตามผมแล้ว ก็สามารถซื้อแบบคิวชูทางเหนือก็มากเพียงพอแล้วหล่ะครับ ด้วยว่าที่ท่องเที่ยวก็อัดแน่นมาก และถ้าสไตล์การท่องเที่ยวของเพื่อน ๆ จะต้องมีการช้อปปิ้งแล้วหล่ะก็ ก็อาจจะทำให้การเที่ยวนอกเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลยก็ได้

สำหรับเพื่อนๆที่จะลงไปกว่านี้ (ลงไปล่างกว่าเมือง Kumamoto หรือ Oita) ก็อาจจะต้องซื้อ All Kyushu Pass หรือ Southern Kyushu เพื่อให้เดินทางไปได้ครับ

ขอบอกไว้ก่อนว่า บัตร Pass จะไม่สามารถใช้งานบางเส้นทางได้ เช่นไม่สามารถใช้กับ Shinkansen ระหว่าง Fukuoka — Kitakyushu ได้ครับ เพราะถือว่าเป็นเส้นไปโอซากะ (แต่เค้าให้ใช้ Limited Express Sonic Nichirin ทดแทนกันได้ครับ เพราะอันนี้มุ่งหน้าไปเมืองโออิตะ) เช่นเดียวกันกับการเดินทางที่ไม่อยู่ในการบริหารของ JR (เช่นรถเมล์ รถไฟใต้ดิน รถแทรม ที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ)​ ก็ไม่สามารถใช้ Kyushu Pass ได้ครับ แต่จะมีบัตร One-Day Pass ที่ขายแยกไปตามบริการนั้นๆอยู่นะครับ ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่ไม่ชัวร์ว่าคันไหนนั่งได้ก็สามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตอนซื้อ Pass ได้ครับ

ซื้อ JR Kyushu Pass ได้ที่ไหน?

โดยบัตรนี้ผมไปซื้อที่สถานี JR Hakata ครับ (หรือหากว่าเพื่อนๆ ซื้อผ่าน Internet หรือทัวร์ ก็ต้องมาเปลี่ยนเป็นของจริงที่สถานีที่มี Kyushu Pass จำหน่ายครับ) โดยเจ้าหน้าที่จะขอดู Passport ของเพื่อนๆ ครับ ย้ำว่าเค้าทำไว้เพื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเท่านั้นนะครับที่อยู่พักพิงไม่เกิน 90 วันเท่านั้นครับ

ผมซื้อตามวันที่จะได้ใช้ครับ เช่นถ้าเพื่อนๆจะต้องมีเปลี่ยนเมืองจำนวน 8 วัน ก็สามารถซื้อแบบ 5 วัน และซื้อรุ่นใช้งาน 3 วันอีกอันนึงสำหรับ 3 วันที่เหลือครับ โดยวันที่ใช้ได้จะถูกระบุไว้ที่ Pass ครับ

JR Kyushu Pass ราคาเท่าไหร่?

เพื่อนๆ สามารถดูราคาของ pass, สถานีที่ขาย (ขอย้ำไว้ก่อนว่าไม่มีขายทุกสถานนีนะครับ) และเส้นทางที่ให้ใช้ได้ ที่เว็บไซต์ของทาง JR Kyushu ได้ครับ http://www.jrkyushu.co.jp/english/railpass/railpass.jsp จะบอกว่าราคาของ Pass นี้เท่ากันทุกช่องทาง ใช้บัตรเครดิตจ่ายได้

ตอนที่ผมไป ราคาตั๋วสำหรับการเดินทาง Northen Kyushu (สำหรับ 1 ท่านที่อายุมากกว่า 12 ปี) นั้นเป็นแบบนี้ครับ

5 วัน ราคา 10,000 เยน (ตกวันละ 2,000 เยน)​

3 วัน ราคา 8,500 เยน (ตกวันละประมาณ 2,800 เยน)

ที่จะบอกว่าต้องซื้อ ก็เพราะหากว่าเพื่อนๆไม่ซื้อ ค่าใช้จ่ายเพื่อเปลี่ยนจังหวัด อาการหนักมากครับ ดูจากตัวอย่างอัตราค่าโดยสาร สถานี Hakata จังหวัดฟุกุโอกะ ไป สถานี Nagasaki จังหวัดนางะชากิก็จะเสียครั้งละ 4,710 เยน ถ้าต้องไปกลับ (ซึ่งก็ต้องกลับมาฟุกุโอกะอยู่แล้ว เพื่อมาเปลี่ยนสายรถไฟ) ก็ 9,420 เยนแลัวครับ ดูได้จากภาพด้านล่างครับ

โดยถ้าผมไปแบบนี้จริงๆ ผมผลาญเงินเกือบหมื่น เพื่อจะได้เดินทาง 2 วันเท่านั้นนะครับ (ตามแผนที่ผมวางไว้) เมื่อเอาไปเทียบกับการซื้อ Kyushu Pass ที่ขึ้นได้ 5 วันเนี่ย มันก็คุ้มๆ อยู่แล้ว

การแต่งตัว

เหมือนอยู่ไทย และ ลมแรงกว่าหน่อยครับ เที่ยงก็ร้อน เช้าก็สะบายตัว เอาเป็นว่าเหมือนเที่ยวห้างอ่ะครับ ดังนั้นไม่ต้องจัดมาเต็มมาก แค่เอามาพร้อมเปียกเหงื่ออย่างเดียวเลยครับ (อากาศจะอยู่ตั้งแต่ 22 ถึง 30 องศาครับ จะไม่ร้อนชื้นเท่าไทยด้วย)

อุปกรณ์ติดตัว

ก็จะมี SIM ที่เป็น SIM to Fly ของ AIS ก็ซื้อมาไว้สำหรับ 8 วันแหละครับ เพราะเราก็ไม่ได้จะใช้อะไรเยอะแยะอยู่แล้ว (สำหรับตัวผมเองนะ) และก็พวกสายชาร์จที่ต้องเอาแบบรุ่นตรงเหมือนของญี่ปุ่นครับ เพราะผมเองก็คิดว่ามันจะไม่มีหัววงกลมเหมือนของบ้านเราเลยจริงๆ

งบการเดินทาง

เอาจริงๆ ก็ไม่อยากที่จะให้มันเกินนะครับ แต่ก็เกินอยู่ดีเพราะว่าช้อปปี้ง ก็สำหรับงบการเดินทางของผมจะเป็นแบบนี้ครับ

ค่าใช้จ่ายคงที่

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน คนละ 16,000 บาท (ก็แล้วแต่เวลาที่เลือก และสายการบินด้วยครับ ส่วนผมนั่ง Thai Airways เลยจะแพงหน่อย)

  • ค่าที่พักในแต่ละเมือง (สำหรับ 1 หรือ 2 คน)​ เฉลี่ยวันละ 2,000 ถึง 2,500 บาทครับ หากไปนอนแบบ Hostel หรือ Capsule ก็จะประหยัดไปได้ เหลือคืนละประมาณ 1,000 บาทต่อคืน เท่านั้นเองครับ

  • ค่าเดินทางโดยใช้ Kyushu Pass ก็ 10,000 เยน ซื้อ 2 อันสำหรับการเที่ยว 10 วันก็เป็น 20,000 เยนครับ

  • ค่าเดินทางอื่นๆ ที่ใช้ pass ไม่ได้ วันละ 800 เยน (แท็กซี่ไม่เกี่ยวนะครับ)

  • ค่าเข้าสถานที่ ก็แล้วแต่ที่ครับ ค่าเข้าของแต่ละอัน ผมก็จะเขียนไว้ใน story ของแต่ละวันนะครับ

ค่าใช้จ่ายแปรผันตามวัน

  • **ค่าอาหาร **โดยประมาณมื้อละ 800 เยน วันนึงก็ 2,400 เยน (ถ้าเดาไม่ออก 800 คือกินข้าว Family Mart 1 เซ็ต + น้ำดึ่มอีก 1 ขวด) ถ้ากินร้านอาหารบ่อยๆก็สามารถวันละ 3,000 ถึง 4,000 เยนได้เลยครับ

  • ค่าช้อปปี้ง ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกันครับ ว่าอยากช้อปหนักขนาดไหน

สรุปหยาบๆ ของผมก็คือทริปเที่ยว 10 วัน 9 คืน เตรียมเงินพร้อมจ่ายไป 55,000 บาท โดยที่ 35,000 บาทสำหรับค่านอนและการบินไปกลับฟุกุโอกะ และอีก 20,000 บาท เป็นค่าเดินทาง + ซื้อของฝาก + ค่าเข้าสถานที่ + กินอาหารครับ โดยก็แลกไปเป็นเงินเยนแล้วเอาไปทั้งหมดเลยครับ ไม่ใช้บัตรอยู่แล้ว เพราะครั้งที่ไปเมืองอื่นๆ ที่น่าจะนักท่องเที่ยวเยอะ หาตู้ ATM ที่กดเงินจากบัตรต่างประเทศก็ค่อนข้างยากอยู่ครับ จะไปเหลืออะไรกับภูมิภาคนี้มากมาย

ก็จะขอจบการเขียนรีวิวในขั้นตอนของการแพลนไว้เท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับการเดินทางในแต่ละวัน ก็จะมีลี้งก์อยู่ด้านล่างนะครับ

แนะนำว่าให้เพื่อนๆไปยำสถานที่ท่องเที่ยวตามสังขารของเพื่อนๆเองนะครับ อยากอยู่ที่เที่ยวไหนนานๆ ก็ให้จองที่พักเมืองนั้นนานๆ โดนฝากซื้อเยอะ ก็ให้ไปนอนที่ Fukuoka เยอะๆครับ เพราะเป็นแหล่งช้อปปี้งที่ของครบ ที่เดียวในเกาะคิวชูเลยก็ว่าได้

รีวิวการท่องเที่ยวของแต่ละวัน

ถ้าเพื่อน ๆ อ่านรีวิวนี้อยู่ ผมแนะนำว่าให้เพื่อน ๆ ไปยำสถานที่ท่องเที่ยวตามสังขารและความสนใจส่วนตัวของเพื่อน ๆ เองนะครับ อยากอยู่ที่เที่ยวไหนนานๆ ก็ให้จองที่พักเมืองนั้นนานๆ โดนฝากซื้อเยอะ ก็ให้ไปนอนที่ Fukuoka เยอะๆครับ เพราะเป็นแหล่งช้อปปี้งที่ของครบ ที่เดียวในเกาะคิวชูเลยก็ว่าได้

หากเพื่อนๆ อยากเข้าไปอ่านว่าผมไปเที่ยวอะไรบ้างในแต่ละวัน เพื่อนๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้เลยครับ โดยผมจะแยกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้วกันครับ

  • วันที่ 0 เดินทางไปญี่ปุ่น

  • วันที่ 1 เที่ยวจุดที้งระเบิดนิวเคลียร์ และ พิพิธภัณฑ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่จังหวัดนะงะซะกิ

  • วันที่ 2 เที่ยวเกาะร้างสุดหลอนอย่าง Hajima และเที่ยวเมืองดอกไม้เนเธอร์แลนด์ Huis Ten Bosch

  • วันที่ 3 สวัสดีหมีคุมะมงที่ Kumamon Square และช้อปปี้งที่แถบช้อปปี้งในจังหวัดคุมะโมะโตะ

  • วันที่ 4 เที่ยวภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอย่างภูเขา Aso และสวนจำลองประเทศญี่ปุ่น

  • วันที่ 5 แช่น้ำร้อนที่เมืองออนเซ็นอันโด่งดังของญี่ปุ่นในเมืองเบ็ปปุ

  • วันที่ 6 เที่ยวแหล่งช้อปปี้งและอาหารที่เมืองยุฟุอิน

  • วันที่ 7 ตะลอนเที่ยวเมืองใกล้เคียงอย่างคิตะกีวชูและเที่ยวเล่นในเมืองฟุกุโอกะ

  • วันที่ 8 ตะลอนเที่ยวเมืองบ้านๆ อย่าง Kurume และเที่ยวเล่นในเมืองฟุกุโอกะ

  • วันที่ 9 เดินเที่ยวช้อปปี้งของ Duty Free ในร้าน DonQuijote

  • วันที่ 10 เดินทางกลับประเทศไทย

หวังว่าเพื่อนๆที่อ่านแล้ว อยากไปที่เกาะคิวชูนะครับ ❤ คุ้มเวอร์ ถ้าเพื่อนๆมีข้อสงสัย หรืออยากที่จะแนะนำอะไรผม ก็สามารถเขียนไว้ในคอมเมนท์ด้านล่างเลยครับ และก็อย่าลืมปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ;)